คุยกับเฒ่าเคราขาว (10): ควรจะคาดหวังอะไรกับ "เซรัม" บำรุงเส้นขน
คุยกับเฒ่าเคราขาว (10) ควรจะคาดหวังอะไรจากเซรั่มบำรุงเส้นขน
เรื่องราวของยาปลูกหนวดเครา ขนคิ้ว ขนตา ขนฯลฯ หรือที่เรียกตามที่ไปจดแจ้งกันว่าเซรั่มบำรุงเส้นขน เส้นผม ขนคิ้ว ขนตา ฯลฯ นี่ยังไม่จบง่ายๆ ครับ แม้ว่าผมจะได้เจาะประเด็นลงในรายละเอียดหลายครั้ง จนถึงขนาดที่บอกสูตรให้ทำกันเองด้วยในครั้งที่แล้ว แต่ก็ยังมีหลายๆ คนที่คาดหวังว่าผลิตภัณฑ์พวกนี้จะช่วยทำให้หนวดเครามันขึ้นดกดำเป็นพุ่มใหญ่ได้
คำตอบสั้นๆ ก่อนที่ผมจะลงประเด็นลึกลงไปก็คือ มันช่วยให้ขึ้นเป็นพุ่มงามมากมายไม่ได้หรอกครับ ถ้ากรรมพันธุ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้นมาก่อน ผลิตภัณฑ์พวกนี้จะช่วยได้อย่างมากที่สุดก็คือ ดูแลผิวหนังและรูขุมขนให้อยู่ในสภาพที่ดี ที่เหมาะสมต่อการเติบโตของเส้นขน พูดง่ายๆ ทำให้หนวดเคราเราเจริญได้อย่างเต็มที่ที่ควรจะเป็น ก็เท่านั้นครับ
=============================================
คำถามต่อเนื่องจากข้างต้นก็คือ แล้วมันจะช่วยอะไรด้านไหนอย่างไรล่ะ
ดังนั้น เรามาลองสรุปกันอีกครั้ง ตามประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ทั้งกลุ่ม นับตั้งแต่ “ยา” จริงๆ ที่มีการขึ้นทะเบียนยาอย่างเป็นกิจลักษณะ ไปจนถึงกลุ่ม “เครื่องสำอาง” ที่มีการจดแจ้งกันไว้
ย้ำอีกครั้งนะครับว่า การจดแจ้งเครื่องสำอางนั้น ก็เพื่อเป็นหลักฐานให้กับทางการว่า ได้ใช้ส่วนประกอบอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งไม่ใช่การรับรองสรรพคุณนะครับ การไปโฆษณาว่า อย. รับรองคุณภาพ อะไรพวกนี้ไม่ถูกต้องทั้งนั้นครับ ใครโฆษณาแบบนี้ล่ะก็ อย่าได้ซื้อเด็ดขาดเลยครับ
===========================================
นี่คือประโยชน์ของการใช้เซรัมบำรุงเส้นขน และยาบำรุงเส้นขนครับ
1) ช่วยให้โลหิตและสารอาหารเข้าบำรุงเซลผิวหนังและบริเวณรากขนได้อย่างเต็มที่
ตัวยาไมน็อกซิดิล (minoxidil) เป็นตัวยาหนึ่งที่ถูกนำมาใช้กันมากในเรื่องการฟื้นฟูสภาพเส้นผมบนหนังศีรษะ และมีหลายคนที่แอบเอามาใช้กับหนวดเครา (ซึ่งไม่ใช่วิธีใช้งานที่เป็นไปตามสรรพคุณของตัวยาตามที่ได้รับรองไว้แต่แรก) ซึ่งจากผู้ใช้ที่มีการโพสต์กันตามเว็บบอร์ดในต่างประเทศก็พบว่าได้ผลกันมากบ้างน้อยบ้างครับ บางคนก็ไม่ได้ผลอะไรเลย และทั้งนี้ ผลค้างเคียงของตัวยาก็มีอยู่เหมือนกันครับ เบาๆ ตั้งแต่ส่วนผสมบางอย่างที่ทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง (เพราะไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้กับใบหน้า ซึ่งบอบบางกว่าหนังศีรษะ) ไปจนถึงบางท่านอาจพบอาการใจสั่น ทั้งนี้เพราะแต่เดิม ตัวยานี้ใช้กับผู้ป่วยเพื่อช่วยในการลดความดันโลหิต (แล้วพบผลข้างเคียงที่ผู้ใช้จำนวนหนึ่งที่มีอาการศีรษะล้าน บริเวณที่เส้นขนเริ่มฝ่อนั้นลดลง และเส้นผมเริ่มฟื้นฟูดีขึ้น)
ทั้งนี้ สาเหตุที่อธิบายอย่างชัดเจนจริงๆ ว่าตัวยาไปทำอะไรเพื่อให้เส้นขนกลับคืนเป็นเส้นใหญ่ขึ้นมาอย่างเดิมนั้น ยังไม่ทราบกันอย่างชัดเจน (อาการศีรษะล้านด้วย DHT มาจากการที่รากผมที่สร้างเส้นขนแบบ terminal เส้นใหญ่ เกิดการฝ่อตัวลงกลับมาสร้างเส้นที่เล็กลง และอาจหยุดสร้างไปในที่สุด ทำให้ผมบางลงจนล้านในที่สุด รายละเอียดมากกว่านี้ย้อนอ่านได้ในบทความตอนเก่าๆ ครับ) แต่ที่ทราบในเบื้องต้นก็คือ ตัวยาช่วยทำให้เซลผิวหนังรับสารอาหารได้ดีขึ้น จึงน่าจะช่วยทำให้เซลรากผมฟื้นคืนสภาพมาสร้างเส้นขนที่ใหญ่ขึ้นได้นั่นเอง
2) ช่วยลดเวลาในการพักของเซลรากขนให้สั้นลง สร้างขนในวัฏจักรใหม่เร็วขึ้น
เส้นขนบนร่างกายเรามีวัฏจักรในการเติบโต และเมื่อหยุดการเติบโต สุดท้ายก็จะหลุดร่วงไป รูขุมขนจะพักตัวเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะสร้างเส้นขนวัฏจักรใหม่ขึ้นมา
แต่ทั้งนี้ ระยะเวลาการพักตัวนี้อาจจะมีมาก หรือน้อย หรืออาจจะไม่มีเลยก็มี เช่นเราอาจจะพบเส้นขนในวัฏจักรใหม่ ชิงสร้างขึ้นทันทีในขณะที่เส้นขนเก่ายังไม่หลุด ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดอาการขนร่วงนำมาก่อน (ซึ่งอาจพบได้จากคนที่ใช้ยาฟื้นฟูสภาพเส้นผมบางตัว) ที่เส้นขนใหม่จะขึ้นมาแทนที่
มี “ยา” บางตัว ที่เพิ่งค้นพบกันไม่นานมานี้ ที่ช่วยลดเวลาการพักตัวของรูขุมขน ทำให้เส้นขนวัฏจักรใหม่เกิดไวขึ้น เมื่อพิจารณาจำนวนรูขุมขนที่ผลิตเส้นขนขนาดใหญ่มีจำนวนเท่าเดิม แต่ระยะเวลาพักตัวของรูขุมขนลดลง ก็เท่ากับเราจะเห็นผลว่าเส้นผม (หรือหนวดเครา ขนคิ้ว ขนตาฯลฯ) จะมีความหนามากขึ้น ดกขึ้นนั่นเองครับ
3) ช่วยดูแลควบคุมเชื้อราบนผิวหนังและในรูขุมขน
มี “ยา” อีกประเภทหนึ่ง เช่นคีโตโคนาโซน (ในแชมพูยาที่ซื้อได้ตามคลีนิก) ที่ช่วยในการรักษาอาการเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งส่งผลทำให้เส้นผมร่วง เมื่อสามารถควบคุมเชื้อราที่ก่อกวนการเจริญเติบโตของเส้นขนได้ ก็จะทำให้เส้นขนเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม
4) ช่วยดูแลสภาพผิวหนังให้ชุ่มชื้น และรากขนสะอาด มีสุขภาพดี
นี่เป็นผลของ “เครื่องสำอาง” ในกลุ่มเซรั่มบำรุงเส้นขนโดยทั่วไปครับ ด้วยน้ำมันจากพืชธรรมชาติบางชนิดที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันที่ร่างกายขับออกมาบนผิวหนังเพื่อทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นมีสุขภาพดี น้ำมันในกลุ่มนี้มักจะไม่ส่งผลทำให้เกิดอาการรูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว เซรั่มบำรุงเส้นขนยังผสมน้ำมันในกลุ่มน้ำมันหอมระเหย (essential oil) ซึ่งน้ำมันในกลุ่มนี้หลายตัวมักจะมีผลในการช่วยควบคุมไม่ให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราบนผิวหนัง
กล่าวโดยสรุป น้ำมันในกลุ่มนี้ช่วยทำให้ผิวหนังและรูขุมขนมีสภาพดี เพื่อให้เส้นขน (หนวดเครา) ของเราเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่นั่นเอง
5) ช่วยทำให้เส้นขนหวีลื่น ไม่พันกันง่าย ไม่ถูกดึงหลุดง่าย
น้ำมันจากเซรั่มบำรุงขน จะมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในการเคลือบเส้นขนให้ลื่น หวีง่าย เข้าทรงไม่พองกระเซิงเป็นพุ่ม ลดการดึงจากการหวีหรือการสัมผัส ซึ่งจะช่วยลดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่รากผม (จากการดึง เช่นอาการกระตุกจากเคราติดหวี) ที่จะส่งผลทำให้เส้นขนหลุดก่อนเวลาอันควร
6) ช่วยทำให้โลหิตไหลเวียนที่ผิวหนังดีขึ้น
น้ำมันธรรมชาติบางประเภท ช่วยทำให้โลหิตบริเวณที่ผิวหนังไหลเวียนดีขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้สารอาหารมาเลี้ยงที่รากขนได้ดีขึ้น จึงน่าจะช่วยทำให้เส้นขนเจริญเติบโตได้ดี
====================================================
กล่าวโดยสรุปอีกครั้งครับ วิธีที่จะ “ปลูก” หนวดเคราได้ที่ที่สุด คือการ “ปลูก” หนวดเคราจริงๆ ครับ นั่นคือการทำศัลยกรรมย้ายรากขนจากท้ายทอยมาลงที่ใบหน้าเรา
สำหรับวิธีการใช้ “ยา” โดยทั่วไปไม่สามารถรับรองผลการรักษาได้ร้อยเปอร์เซนต์ บางคนใช้ได้ผลมากบ้าง น้อยบ้าง หรือไม่ได้ผลเลย และอาจมีผลข้างเคียงที่ต้องระวังอีกต่างหาก
สำหรับ “เครื่องสำอาง” ทั่วไปที่เป็นเซรั่มบำรุงเส้นขน จุดประสงค์การใช้งานก็คือการดูแลรักษาให้เส้นขน รูขุมขน และผิวหนัง มีสุขภาพดี เมื่อมีสุขภาพดี หนวดเคราของเราก็จะเจริญเติบโตได้ดีเท่าที่กรรมพันธุ์และการดูแลด้านโภชนาการ และฮอร์โมนของร่างกายเราจะให้ได้ อย่าคาดหวังว่า เพียงแต่ใช้ยาปลูกหนวดเคราแล้วจะช่วยทำให้ใบหน้าของเราที่ไม่เคยมีหนวดเคราเลย ให้รกครึ้มดำเหมือนนายแบบหนวดเคราต่างประเทศครับ เพราะมันเป็นไปไม่ได้
ถ้ามันเป็นไปได้จริงๆ ล่ะก็ เครื่องสำอางยี่ห้อนั้นคงขายดีระเบิดเถิดเทิงเลยครับ เพราะมีคนตั้งหน้าตั้งตารอใช้กันทั่วโลกเลย