คุยกับเฒ่าเคราขาว (5): น้ำมันเครา บาล์มเครา และแว็กซ์หนวด คืออะไร?
คุยกับเฒ่าเคราขาว (5)
น้ำมันเครา บาล์มเครา และแว็กซ์หนวด คืออะไร?
คำถาม อะไรคือน้ำมันเครา บาล์มสำหรับเครา และแว็กซ์สำหรับหนวด
คำตอบ น้ำมันเคราเป็นน้ำมันใช้สำหรับทำให้เส้นขนเคราลื่นหวีง่าย บาล์มสำหรับเคราใช้สำหรับจัดเคราให้อยู่เป็นทรง แว็กซ์สำหรับหนวดใช้ในการจัดเส้นขนหนวดให้เป็นทรง โดยเฉพาะสำหรับคนที่คิดจะทำแฮนเดิลบาร์
==========================================
ครั้งนี้ ขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงหนวดเครา (แบบไม่ต้องล้างออก) ในกลุ่มของ น้ำมันเครา บาล์มสำหรับหนวดเครา และแว็กซ์สำหรับหนวดครับ
เพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผมจะขอลงลึกถึงส่วนผสมสำคัญที่ปรากฏอยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อเวลาเราเลือกซื้อ เราจะได้ไล่อ่านดูว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั้น มีส่วนผสมอะไรบ้าง และส่วนผสมแต่ละอย่างจะมีผลต่อหนวดเคราและผิวหนังของเราอย่างไรครับ
==============================================
สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ จะมีส่วนประกอบหลักที่คล้ายๆ กันครับ เพียงแต่สัดส่วนของส่วนประกอบแตกต่างกันไป จึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นหลายกลุ่ม
ส่วนประกอบหลักๆ ผมขอแยกออกเป็นสามกลุ่ม ดังนี้ครับ
1) น้ำมันที่มีลักษณะใกล้เคียงกับน้ำมันบนผิวหนังตามธรรมชาติ น้ำมันในกลุ่มนี้ที่มาจากพืชก็คือน้ำมันจากเมล็ดของต้นอาร์กัน (argan oil) น้ำมันมะพร้าวสกัด (coconut oil) น้ำมันจากเมล็ดของต้นโฮโฮบา (jojoba oil) น้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์หวาน (sweet almond oil) และอีกกลุ่มคือน้ำมันไดเมธิโคน (dimethicone) ซึ่งเป็นน้ำมันซิลิโคน (silicone oil) ประเภทหนึ่งที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม และ Mineral Oil (Paraffinum liquidum) เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมที่มีความหนืดน้อยมาก ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์โลชั่น น้ำมันสำหรับทาตัวและเส้นผมด้วยเช่นกันครับ
คำตอบ น้ำมันเคราเป็นน้ำมันใช้สำหรับทำให้เส้นขนเคราลื่นหวีง่าย บาล์มสำหรับเคราใช้สำหรับจัดเคราให้อยู่เป็นทรง แว็กซ์สำหรับหนวดใช้ในการจัดเส้นขนหนวดให้เป็นทรง โดยเฉพาะสำหรับคนที่คิดจะทำแฮนเดิลบาร์
==========================================
ครั้งนี้ ขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงหนวดเครา (แบบไม่ต้องล้างออก) ในกลุ่มของ น้ำมันเครา บาล์มสำหรับหนวดเครา และแว็กซ์สำหรับหนวดครับ
เพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผมจะขอลงลึกถึงส่วนผสมสำคัญที่ปรากฏอยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อเวลาเราเลือกซื้อ เราจะได้ไล่อ่านดูว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั้น มีส่วนผสมอะไรบ้าง และส่วนผสมแต่ละอย่างจะมีผลต่อหนวดเคราและผิวหนังของเราอย่างไรครับ
==============================================
สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ จะมีส่วนประกอบหลักที่คล้ายๆ กันครับ เพียงแต่สัดส่วนของส่วนประกอบแตกต่างกันไป จึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นหลายกลุ่ม
ส่วนประกอบหลักๆ ผมขอแยกออกเป็นสามกลุ่ม ดังนี้ครับ
1) น้ำมันที่มีลักษณะใกล้เคียงกับน้ำมันบนผิวหนังตามธรรมชาติ น้ำมันในกลุ่มนี้ที่มาจากพืชก็คือน้ำมันจากเมล็ดของต้นอาร์กัน (argan oil) น้ำมันมะพร้าวสกัด (coconut oil) น้ำมันจากเมล็ดของต้นโฮโฮบา (jojoba oil) น้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์หวาน (sweet almond oil) และอีกกลุ่มคือน้ำมันไดเมธิโคน (dimethicone) ซึ่งเป็นน้ำมันซิลิโคน (silicone oil) ประเภทหนึ่งที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม และ Mineral Oil (Paraffinum liquidum) เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมที่มีความหนืดน้อยมาก ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์โลชั่น น้ำมันสำหรับทาตัวและเส้นผมด้วยเช่นกันครับ
น้ำมันในกลุ่มนี้ มีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความหนืดที่ใกล้เคียงกับน้ำมันที่ผิวหนังของเราผลิตขึ้นมาเพื่อใช้เคลือบผิวหนังและเส้นขน น้ำมันจากพืชธรรมชาติที่กล่าวมาในกลุ่มนี้ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน จึงเหมาะที่จะนำมาใช้บนผิวหน้า(และหนวดเครา) ได้อย่างเหมาะสม
2) น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้เพียงจำนวนน้อยก็จะให้กลิ่นแรงเฉพาะตัว (essential oil) ตัวอย่างก็เช่นน้ำมันจากใบของต้นที (tea tree oil) น้ำมันจากดอกมะลิ (jasmine oil) น้ำมันยูคาลิปตัส (eucalyptus oil) และอื่นๆ น้ำมันหลายตัวในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อราบนผิวหนัง จึงมักจะถูกผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้บนผิวหน้าเพื่อหวังผลในเรื่องนี้ร่วมกับการให้กลิ่นที่เป็นเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์นั้นๆ
3) ไขมันจากพืชหรือจากสัตว์ หรือจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สารในกลุ่มธรรมชาติได้แก่ขี้ผึ้ง (beeswax) ลาโนลิน (lanolin ไขมันจากขนสัตว์พวกแพะแกะ) ส่วนสารในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมก็คือ ปิโตรเลียมเจลลี (petroleum jelly หรือในอีกชื่อคือ petrolatum) ไขมันเหล่านี้มีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับไขมันที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อใช้เคลือบเส้นขนให้เงางาม
====================================================
น้ำมันและไขมันที่กล่าวมาข้างต้น ถูกนำมาผสมกันด้วยอัุตราส่วนต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดูแลหนวดเครา เกิดมีลักษณะความหนืดที่แตกต่างกันไปเฉพาะตัว ซึ่งหากเรียงผลิตภัณฑ์จากกลุ่มที่มีความหนืดต่ำสุด ไปจนถึงสูงสุด ก็จะเป็นดังนี้ครับ
1) น้ำมันเครา (beard oil) น้ำมันเคราจะมีส่วนผสมหลัก (carrier oil) เป็นน้ำมันกลุ่มที่ 1) ซึ่งอาจจะมีการใช้น้ำมันหลายตัวผสมกันเพื่อให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวตามชอบ และจะมีน้ำมันหอมระเหย (essential oil) ในกลุ่มที่ 2 ใส่เพียงเล็กน้อย เพียงพอเพื่อให้เกิดกลิ่น (ใส่มากเกินไปผิวหนังจะเกิดอาการแพ้ได้)
สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีอัตราส่วนผสมคล้ายคลึงกับน้ำมันเคราก็ได้แก่เซรั่มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ในกลุ่มที่ส่วนผสมหลักเป็นน้ำมัน (แบบที่ใช้โดยไม่ต้องล้างออก) นั่นเองครับ

เซรัมบำรุงเส้นผม (แบบไม่ต้องล้างออก) ที่พอนำมาใช้แทนน้ำมันเคราได้
2) บาล์ม (beard balm) จะมีส่วนประกอบพวกไขมัน จากสารกลุ่มที่ 3) และส่วนประกอบพวกน้ำมัน carrier oil ในสัดส่วนที่ทำให้เกิดความหนืดพอเพียงที่จะใช้นิ้วลูบออกมาแต่งเคราหรือหนวดได้ที่อุณหภูมิห้อง และมีสารในกลุ่มที่ 2) เพื่อให้กลิ่นตามชอบ
อนึ่ง บาล์มสำหรับมือ (hand salve) เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่มีขายกันในไทย ซึ่งมีจุดประสงค์หลักคือการให้ความชุ่มชื้นแก่มือ สำหรับคนที่ต้องล้างมือบ่อยๆ หรือในหน้าหนาวที่มีอาการมือแห้งแตก เมื่อดูส่วนผสมของบาล์มสำหรับมือแล้วก็จะพบว่ามีสัดส่วนของส่วนผสมใกล้เคียงกับบาล์มสำหรับหนวดเครานั่นเองครับ เพียงแต่กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่ใส่ไว้อาจจะมีกลิ่นที่แรงมากกว่าบาล์มสำหรับหนวดเคราสักหน่อย

บาล์มสำหรับมือ (hand salve)
3) แว็กซ์สำหรับหนวด (mustache wax) จะมีส่วนประกอบหลักคือไขมัน จากสารกลุ่มที่ 3) ในสัดส่วนที่มากขึ้นกว่าบาล์ม จนทำให้มีลักษณะแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง จนยากที่จะลูบบาล์มออกมาใช้ได้ (แว็กซ์บางยี่ห้อจะมีส่วนผสมของสารกลุ่มที่ 1) มากขึ้นจนทำให้มีความอ่อนตัวใกล้กับบาล์ม) คุณสมบัติที่สำคัญของแว็กซ์คือการทำให้เส้นขนอยู่ทรงได้ดีที่สุด เพราะเนื้อแว็กซ์ที่แข็งตัวในอุณหภูมิปกตินั้นยึดเส้นขนให้นิ่งเป็นทรงได้ดี (คนที่หนวดเป็นเส้นใหญ่มากๆ จึงต้องเลือกแว็กซ์ที่มีความแข็งมากๆ เป็นพิเศษครับ) แว็กซ์สำหรับหนวดแบบพรีเมียมในต่างประเทศหลายเจ้าจะทำออกมาเป็นกระปุกเล็กมากๆ หรือเป็นแท่ง ซึ่งจะมีความแข็งมาก ซึ่งการใช้งานจะต้องใช้เล็บเขี่ยมาถูบนนิ้วมือให้ร้อนจนแว๊กซ์อ่อนตัวก่อน จึงจะใช้งานได้ครับ

แว๊กซ์สำหรับหนวด
========================================
ในครั้งถัดไป เราจะมาดูถึงการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่สามารถหาซื้อน้ำมันเคราได้ เพราะบ้านเรานั้นหายาก หรือไม่ก็แพงมาก อาจจะต้องหันไปใช้เซรั่มสำหรับผมมาเป็นการทดแทน และสำหรับคนที่หาแว็กซ์หนวดไม่ได้จริงๆ จะหาผลิตภัณฑ์ใดมาแทนได้ครับ
Comments
Post a Comment