คุยกับเฒ่าเคราขาว (3): ทำอย่างไรให้หนวดเคราดกๆ

 คุยกับเฒ่าเคราขาว (3):
ทำอย่างไรให้หนวดเคราดกๆ


คำถาม(3) ทำอย่างไรให้หนวดเคราดกๆ

คำตอบ ดูแลสภาพเส้นขนและผิวหนังให้ดีด้วยการออกกำลังกาย จิตใจแจ่มใส นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และอาหารที่มีประโยชน์

=====================================

เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่ผมได้ยินบ่อยมากอีกคำถามหนึ่ง บางคนเห็นเคราของผม แล้วก็บอกว่าทำอย่างไรอยากมีอย่างนี้บ้าง

ก่อนอื่น ผมต้องบอกว่า เคราที่ผมมีนี้ ไม่ถือว่าเยอะเลย เมื่อเทียบกับคนต่างประเทศ (และถ้ามองไปยังสมาชิกในกลุ่มหลายคน ก็จะพบว่า หลายคนนั้นมีศักยภาพที่จะไว้เคราได้สวยกว่าผมอีกมากครับ เพียงแต่คนเหล่านั้นเลือกที่จะไว้เคราสั้น) กระนั้น แต่ถ้าเทียบกับคนที่มีเชื้อสายไทย-จีน ด้วยกันแล้ว ก็คงต้องบอกว่า ค่อนข้างจะโชคดี

ความโชคดีนี้ เกินกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ มาจากกรรมพันธุ์ล้วนๆ ครับ (ปู่ผมเป็นคนที่มีหนวดเคราเยอะ ในขณะที่พ่อผมมีหนวดเยอะ)

แล้วที่เหลืออีกไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ล่ะ สำหรับคนที่พอมีหนวดเคราอยู่แล้ว อยากให้มันดกๆ กว่านี้จะได้อีกประมาณไหน

นี่ก็ต้องมาดูกันต่อไปครับว่า ก่อนหน้านี้ร่างกายอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มที่หรือไม่ หรือมีปัจจัยอะไรที่ทำให้หนวดเคราไม่งามได้อย่างเต็มที่

======================================

ความรู้พื้นฐานอันหนึ่งเกี่ยวกับหนวดเคราของเราก็คือ เส้นขนหนวดเคราของเราเป็นเส้นขนที่เจริญเติบโตอันเป็นผลจากฮอร์โมนทางเพศ (androgenic hair) ซึ่งผิวหนังบริเวณที่มีหนวดเคราขึ้นนั้น ได้รับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (testosterone) แล้วเปลี่ยนเป็นไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน (DHT) ซึ่งเจ้า DHT นี้เองที่ไปกระตุ้นให้เซลล์รากผม รูขุมขนของเรา เปลี่ยนการผลิตเส้นขนที่เคยเป็นขนไรเล็กๆ ให้มาสร้างเส้นขนขนาดใหญ่ขึ้นแทน

สำหรับบางบริเวณบนร่างกายที่มีขนขนาดใหญ่อยู่แล้ว โดยเฉพาะบริเวณศีรษะด้านหน้า (หรือทั้งศีรษะในบางคน) การที่ผิวหนังผลิต DHT มากจนเกินไป จะทำให้เกิดผลตรงกันข้าม กล่าวคือ รูขุมขนเริ่มฝ่อ แทนที่จะผลิตขนเส้นใหญ่ ก็จะกลับผลิตขนเส้นเล็กลง (กลับกลายเป็นขนไรอีกครั้ง) ซึ่งก็คืออาการตั้งต้นของศีรษะล้านนั่นเองครับ (ปัจจุบันมียากินที่มีสารออกฤทธิ์คือฟิแนสเทอไรด์ ที่ยับยั้งการสร้าง DHT ช่วยควบคุมไม่ให้อาการศีรษะล้านเป็นมากขึ้นกว่าเดิม หรือช่วยลดอาการศีรษะล้านได้บ้างในระดับหนึ่ง)

กล่าวโดยสรุป การจะทำให้หนวดเครางามได้อย่างเต็มที่ จะต้องเร่งการผลิต DHT ในผิวหนังบริเวณหนวดเครา ทำให้ผิวหนังบริเวณหนวดเครามีสุขภาพที่ดีมากที่สุดทั้งภายในภายนอกครับ

======================================

วิธีต่างๆ ที่ควรใช้ร่วมกัน มีดังนี้ครับ

เร่งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย

สำหรับวัยรุ่น และคนทั่วไป ปริมาณฮอร์โมนเพศชายนั้นมีความเพียงพออยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ปริมาณฮอร์โมนเพศจะเริ่มลดลง หรือคนที่ไม่ค่อยดูแลรักษาสุขภาพตนเอง ไม่ออกกำลังกายใดๆ เลย คนเหล่านี้จะมีฮอร์โมนเพศชายที่ต่ำกว่าปกติได้ (และสำหรับคนที่มีปัญหาการผลิตฮอร์โมนเพศชาย เช่น เริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่เสียงยังไม่เปลี่ยน ขนในที่ลับยังไม่ยอมขึ้น คนกลุ่มนี้คงต้องพบแพทย์เพื่อทำการดูแลต่อไป)

การเร่งการสร้างฮอร์โมนเพศชายที่ปลอดภัย ทำได้โดยการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากๆ หน่อยครับ เช่นยกน้ำหนัก และรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม (และอย่าอดไขมันแบบไม่กินเลยนะครับ เพราะไขมันเป็นองค์ประกอบหลักในฮอร์โมนเพศชายด้วย)

ดังนั้น หัวใจหลักข้อแรกคือ ออกกำลังกายให้มากๆ ครับ และไม่จำเป็นต้องเป็นพวกยกน้ำหนักหรือใช้แรงมากเพียงอย่างเดียว การออกกำลังกายที่ใช้เวลานานๆ เช่นการวิ่งหรือปั่นจักรยาน ก็ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และแข็งแรงของปอด หัวใจ การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น สามารถในการส่งแร่ธาตุสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น จิตใจแจ่มใสขึ้น แค่นี้ก็ช่วยในเรื่องสุขภาพเส้นผมและผิวหนังได้เช่นกันครับ

อีกข้อที่มีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมนเพศ คือวิตะมินดี ซึ่งปกติคนไทยเราก็จะได้วิตะมินดีเพียงพอจากการถูกแสงแดด และจากอาหารประเภทปลาและไข่แดงอยู่แล้วครับ (ถ้าเป็นคนฝรั่งอยู่ในประเทศเมืองหนาวที่มีแดดน้อย ก็อาจจะต้องอาศัยวิตะมินดีเสริมครับ)

อนึ่ง อาจมีคนถามต่อว่า งั้นไปฉีดฮอร์โมนซะ จะได้หนวดเคราขึ้นเยอะๆ จะดีไหม คำตอบก็คือ ในกรณีของผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นเพศชายในต่างประเทศหลายคนนั้น เมื่อได้รับฮอร์โมนเพศก็พบว่ามีหนวดเคราขึ้นด้วย แต่ทว่า สำหรับผู้ชาย การที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป จะมีอัตราเสี่ยงต่อมะเร็ง และโรคหัวใจมากขึ้น และยังมีผลกระทบต่อสุขภาพอื่นๆ อีกหลายอย่าง ดังนั้นทางเลือกนี้จึงไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวงครับ

ทำจิตใจให้ร่าเริง แจ่มใส อย่าเครียด และอย่าอดอาหารเป็นเวลานานๆ (เช่นการคุมอาหารด้วยการกินน้อยมากๆ)

การเครียดหนักๆ นานๆ การอดอาหาร โดยกินน้อยมากๆ ต่อเนื่องนานๆ จะทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน (มีเมตาโบลิซึมที่ต่ำลง) และในขณะเดียวกัน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นการบอกให้ทุกส่วนของร่างกายอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมกับสภาพที่บีบคั้นนี้ ผลที่กระทบโดยตรงต่อผิวหนังก็คือ ในระยะยาว ผิวหนังจะมีชั้นคอลลาเจนที่น้อยลง (เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำไมคนที่เครียดมากๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จึงดูแก่กว่าคนปกติ) การผลิตเส้นขนจะทำได้ไม่เต็มที่ตามไปด้วย

ดังนั้น แค่อย่าทำตัวเครียด แค่สบายใจ แค่นี้ก็เริ่มมีผลต่อหนวดเคราเราบ้างแล้วครับ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ในช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายได้รับการพักผ่อน คนที่นอนน้อยกว่าปกติ พบว่า ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศได้น้อยลง รวมทั้งมีผลต่อจิตใจ และการสร้างฮอร์โมนต่างๆ ของร่างกาย

รับประทานอาหารให้ได้ครบห้าหมู่

ซึ่งยังรวมถึงวิตะมินต่างๆที่จำเป็น และโปรตีนที่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเส้นขน และความสมบูรณ์ของผิวหนัง

ดูแลความสะอาดบนใบหน้า

ล้างหน้าให้สะอาด อย่าให้มีสิวหรือรูขุมขนอุดตัน ที่จะมีผลต่อเส้นขน (ในกรณีที่แย่ๆ คือหลุมสิวอักเสบมากๆ จนอาจเกิดเป็นแผลเป็น ทำให้เส้นขนตรงแผลเป็นไม่ขึ้นอีก) และดูแลความชุ่มชื้น ไม่ปล่อยให้หนวดเคราแห้ง จนกระทั่งแตกปลาย หรืออาจหลุดออกก่อนเวลาที่ควรจะเป็น (ไม่ควรหวีหรือดึงเส้นขนหนวดเคราแรงๆ เพราะอาจทำให้รากขนกระเทือน และขนในช่วง telophase อาจจะหลุดออกมาก่อนเวลาได้)

=======================================

แล้วพวกน้ำมันปลูกหนวดเครา หรือเซรั่มบำรุงเส้นผม จะนำมาใช้ได้หรือไม่

หากสุขภาพเส้นผมและผิวหนังของเราไม่อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด การใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ก็จะสามารถช่วยได้บ้างเล็กน้อยในเรื่องของสุขภาพหนวดเคราและผิวหนังข้างใต้ ทั้งนี้เพราะเซรั่มบำรุงเส้นผมและหนวดเคราที่ได้คุณภาพโดยทั่วไป จะประกอบด้วยน้ำมันที่เหมาะสมต่อสภาพผิวหน้าและเส้นขน (ที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตันต่อรูขุมขน) ที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกับน้ำมันตามธรรมชาติที่ผิวหนังสร้างขึ้น ทำให้ผิวหนังนุ่มและเส้นขนลื่นไม่แห้งแตก และมีน้ำมันหอมระเหยที่มีผลต่อการยับยั้งไม่ให้เกิดเชื้อราเจริญเติบโตได้

สำหรับคนที่คิดจะเอาเซรั่มบำรุงเส้นผมมาใช้กับหนวดเครา ผมขอแนะว่าให้เลือกผลิตภัณฑ์เอาที่มีความเหนียวน้อยๆ ที่สุด เพราะผิวหน้าของเรานั้นบอบบางกว่าหนังศีรษะ ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จึงมักจะมีความเหนียวหนืดเกินกว่าที่เราจะนำมาใช้บนผิวหน้า หากเราใช้เซรั่มมากเกิน หรือที่เหนียวเกิน อาจส่งผลทำให้เกิดรูขุมขนอุดตัน กลายเป็นตุ่มสิวแดงใต้หนวดเคราได้ครับ ต้องลดปริมาณการใช้ลง หรือเปลี่ยนตัวไปใช้ตัวอื่นแทน

ทั้งนี้ต้องย้ำเตือนให้มากๆ ครับว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวใดในโลกนี้ ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ให้นำมาใช้ปลูกหนวดเคราเป็นการเฉพาะ มีเพียงยาที่ได้รับการรับรองมาใช้ฟื้นฟูสภาพเส้นผม ตัวยาที่นิยมกันมากสองตำรับ อันแรกคือไมน็อกซิดิล และอันที่สองคือฟิแนสเทอร์ไรด์ และทั้งนี้เนื่องจากกลไกของฟิแนสเทอร์ไรด์จะไปยับยั้งการสร้าง DHA ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงเส้นขนไรมาเป็นหนวดเคราเรา ดังนั้นจึงเหลือเพียงตัวยาเดียวที่มีคนนำมาแอบทดลองใช้กันคือไมน็อกซิดิล และจากเว็บบอร์ดต่างประเทศนั้น พบว่าสามารถทำให้หนวดเคราดกเพิ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ผลการทดลองก็ได้ผลมากน้อยหรือไม่ได้ผลเลย ขึ้นอยู่กับบุคคล (บางคนเห็นผลมาก บางคนเห็นผลน้อย หลายคนไม่ได้ผล และมีหลายคนที่มีผลกระทบข้างเคียง) 

ส่วนยาปลูกหนวดเคราที่ผลิตขายบ้านเรา มีอยู่ยี่ห้อหนึ่งเป็นไมน็อกซิดิล (ซึ่งจะมีเลขทะเบียนยาแจ้งชัดเจน-ไม่นับยาฟื้นฟูสภาพผมอีกจำนวนหนึ่ง) ที่เหลือส่วนมากจะเป็นเซรั่มบำรุงเส้นขน หรือไม่ก็มีการเติมส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆ เข้าไป  นั่นหมายความว่าเซรั่มที่ขายกันเกร่อในอินเทอร์เน็ตบ้านเรานี้ ส่วนมากจะถูกจัดอยู่ในหมวดน้ำมันเครา (beard oil) และตามกฏหมายไทยอยู่ในหมวดเครื่องสำอาง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เห็นมีเว็ปไซต์ไหนที่ทำการทดลองแบบที่ไม่ขึ้นกับเจ้าของผู้ผลิตเลย ผลการทดลองที่เห็นมักจะเป็นการโฆษณาจากผู้ผลิตเท่านั้น ดังนั้นในกรณีแบบนี้ ผมจึงไม่อาจยืนยันได้ว่าสามารถใช้ได้ผลหรือไม่

(นอกจากตัวยาที่กล่าวมาสองตัวข้างต้นนั้น ยังมีตัวยาอีกสองตัว ตัวหนึ่งสำหรับเพิ่มความหนาและความยาวของขนคิ้ว และอีกตัวที่ช่วยลดเวลาการพักตัวของรูขุมขน แต่ก็ยังไม่เห็นมีการนำมาทดลองใช้กับหนวดเครากันเท่าไมน็อกซิดิลครับ ผมเลยไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้)

รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องยาปลูกหนวดเครานี้ ผมจะนำมาคุยเป็นประเด็นแยกต่างหากต่อไปในครั้งหน้าครับ