บันทึกของคนหลังเครา (15-ตอนจบ) : แนวทางการเล็มเครา

 บันทึกของคนหลังเครา (15) : แนวทางการเล็มเครา




จากตอนที่แล้วที่ผมเล่าเฉพาะเรื่องของการเล็มหนวด มาในครั้งนี้จะขอพูดถึงเรื่องการเล็มเคราบ้างครับ

อนึ่ง ในตอนนี้ผมจะไม่กล่าวถึงการกันเคราแบบแฟชั่นสมัยใหม่ ที่มีการเล่นแนวหยักไปมา ตัดตรงนั้นตรงนี้ทิ้งไป แต่จะขอพูดการไว้เคราในทรงแบบคลาสสิคที่พบเห็นกันได้มานานตั้งแต่ยุคกลางกันนะครับ


=========================================

สำหรับคนที่ไว้เครายาว ไม่ว่าจะเป็นเคราทรงอะไร ก็จำเป็นที่จะต้องมีการตกแต่งเคราให้ดูสวยงามเรียบร้อย แม้ว่าจะเป็นการไว้เคราเต็มที่ อาศัยการปล่อยให้เคราทุกส่วนยาวอย่าง(เกือบเป็น)ธรรมชาติก็ตาม แต่กระนั้นก็ยังต้องอาศัยการดูแลไม่แพ้เหล่าบรรดาคุณผู้หญิงที่ไว้ผมยาวนั่นเลยครับ

เริ่มมาตั้งแต่การดูแลทำความสะอาด ไม่ให้มีน้ำมันธรรมชาติจากผิวหนังตกค้างอยู่มากเกินไปจนกระทั่งเกาะฝุ่น และทำให้เกิดหัวสิวอุดตัน เป็นตุ่มแดงเจ็บแสบ ต้องคอยหมั่นบำรุงด้วยแชมพูและครีมนวด ไปจนถึงน้ำมันเคราหรือเซรั่มบำรุงเครา ดังที่ได้เคยกล่าวมาแล้วในตอนก่อนๆ ครับ

และเพื่อให้เคราดูเรียบร้อยเป็นทรง ก็จึงจำเป็นต้องมีการตัดแต่งเล็มให้เคราเป็นรูปทรงด้วยเช่นกัน แนวทางการเล็มเคราโดยทั่วไปมีดังนี้ครับ

-หมั่นใช้น้ำมันเคราหรือบาล์ม เพื่อจัดให้เส้นขนเกาะอยู่เป็นทรงเรียบร้อย ไม่มีเส้นเล็กๆ โผล่ชี้ออกมาจากทรงของเครา

- หวีเคราเพื่อให้เส้นขนไม่พันกัน และเข้ารูปทรงอย่างเรียบร้อย สำหรับคนที่เคราหนามากๆ ก็อาจจะไปใช้แปรงสำหรับเครา ที่มีขนซึ่งอ่อนนุ่ม เหมาะกับเคราที่มีความหยักศกแบบคนฝรั่ง ส่วนคนไทยเราที่เคราไม่หนามาก ก็อาจหันมาใช้หวีฟันห่างสักหน่อยก็ได้ครับ



หวีฟันห่างสำหรับหวีเครา



หวีฟันห่างที่เหมาะสมสำหรับเครา

แปรงสำหรับเคราในรูปทรงต่างๆ



แปรงสำหรับเคราที่ทำจากขนสัตว์ มีทั้งแบบมีด้ามและไม่มีด้าม


- ใช้กรรไกรรองหวี ปัตตาเลียนรองหวี หรือเครื่องเล็มเคราตั้งระยะ ในการไล่ระดับความยาวของขนเคราบริเวณจอน ให้รับกับผมบริเวณใบหู

- ใช้มีดโกนในการกันแนวแก้ม (cheek line) และแนวคอ (neck line) ให้เป็นแนวเรียบร้อย

- แต่งทรงเคราให้มีลักษณะเป็นพุ่มสวย โดยไม่มีเส้นขนใดยาวหรอมแหรมออกมาจนเกินไป แต่ให้มีความหนาแน่นพอเพียงที่จะเห็นเป็นทรงได้

นั่นหมายความว่า สำหรับคนที่เริ่มไว้เครายาวจนกระทั่งบริเวณปลายเริ่มเกิดอาการหรอมแหรม ก็คงต้องทำใจที่จะต้องตัดปลายเคราทิ้งไปเสียบ้างเพื่อให้เคราที่เหลือมีความหนาแน่นเป็นทรงมากขึ้น

=========================================================

แนวทางการกันแนวแก้ม (cheek line)

แนวแก้มที่สวย คือแนวแก้มที่บริเวณแนวมีความหนาแน่นของเส้นขนที่ดี ยิ่งมีความหนาแน่นมากก็จะยิ่งทำให้แนวแก้มดูสวย และส่งผลทำให้เคราดูเรียบร้อยมากขึ้น

และเนื่องจากเคราของแต่ละคนนั้นเหมือนกัน ดังนั้นในการจะเลือกแนวแก้มที่เหมาะกับตัวเรา จึงต้องดูลักษณะของเส้นขนที่ขึ้นอยู่ก่อนแล้วว่าพอจะตัดเข้าทรงใดได้บ้าง สำหรับคนที่ไม่มีเคราที่แก้มเลย หรือมีน้อยมาก ก็คงจะต้องเลือกทรงของเคราที่ไม่มีขนบริเวณแก้ม (ดูตอนที่ 4 ประกอบครับ) แต่สำหรับคนที่พอจะมีเส้นขนยาวไปตลอดจนถึงจอน ก็จะมีแนวทางในการไว้เคราได้ในหลายรูปแบบครับ

เพื่อความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ผมจึงได้ลากเส้นแนวแก้มที่น่าจะทำได้สำหรับคนไทยเรามาให้ดูดังนี้ครับ




แนวแก้มในรูปแบบต่างๆ ที่นิยมไว้กัน

แนวที่ 1) เป็นแนวแก้มที่กันต่ำถึงระดับแนวกระดูกขากรรไกรด้านล่าง หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือ เป็นการไว้เคราใต้คาง (neck beard) ซึ่งคนไทยเราหลายคนสามารถไว้ทรงนี้ได้ ดังที่เห็นท่านสมาชิกบางท่านในกลุ่มก็ไว้ทรงนี้เช่นกันครับ

แนวที่ 2) เป็นแนวแก้มที่สูงขึ้นมาเล็กน้อย โดยลากแนวที่กระดูกขากรรไกรด้านบน ซึ่งส่วนมากเราจะทำหักมุมบริเวณโคนกระดูกขากรรไกร การไว้เคราแบบนี้ ส่วนมากมักจะไว้เคราสั้น และกันแนวคอให้สั้นกระชับ ให้ดูเสมือนว่าคางและขากรรไกรนั้นมีเหลี่ยมสัน ให้เคราสร้างแนวกระดูกขากรรไกร ซึ่งช่วยให้คนที่มีใบหน้าอูมดูคมสันขึ้น หรือคางสองชั้น ปกปิดคางสองชั้นได้ดี

แนวที่ 3) ในคนไทยหลายๆ คนนั้น ขนบริเวณแก้มมักจะไม่ค่อยขึ้น หรือขึ้นเพียงหรอมแหรม แต่มีขนเพียงพอที่บริเวณแก้มด้านล่างไปจนถึงจอน และในกรณีนี้ ก็อาจจะมีขนขึ้นมาจรดปลายหนวดทั้งสองข้าง ส่วนด้านหน้าอาจจะมีขึ้นเต็ม หรืออาจจะมีช่องว่างใต้ริมฝีปากทั้งสองด้านบ้างเล็กน้อย ลักษณะเช่นนี้เราสามารถกันตามแนวเคราที่มี เพื่อให้ดูเรียบร้อย อาจจะไว้เคราให้มีความยาวขึ้นมาได้อีกสักเล็กน้อย (เช่นประมาณหนึ่งถึงสองนิ้ว หรือมากกว่านั้น) ก็จะทำให้ดูเรียบร้อยแม้เคราจะมีลักษณะที่ยาวขึ้นก็ตาม รูปแบบดังกล่าวนี้ผมเห็นคนในกลุ่มไว้ทรงนี้กันอยู่สองสามคน และทำได้สวยมากครับ

แนวที่ 4) สำหรับหนุ่มลูกครึ่ง คนที่อาจจะมีเชื้อสายต่างประเทศติดมาด้วย หรือคนไทยที่โชคดีบางคน จะสามารถไว้กันแนวแก้มในลักษณะนี้ได้ ซึ่งจะสร้างความหนาของเคราด้านข้าง และโดยรวม ให้ดูหนาและสวยมากขึ้น เน้นหนวดให้เด่นขึ้น ลักษณะแนวโค้งตรงบริเวณแก้ม เมื่อมองหน้าตรง จะสร้างภาพหลอกให้ดูว่าเคราบริเวณแก้มนั้นมีความหนามากขึ้น และใบหน้าผอมลง เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้าอูม หรือกว้าง และคนที่มีขนบริเวณแก้มน้อย (นี่คือแนวที่ผมเองใช้อยู่ ณ ปัจจุบันครับ)

แนวที่ 5) สำหรับคนไทยเราคงเห็นคนไว้แนวนี้ได้ยากมาก ยกเว้นแต่จะมีเชื้อสายตะวันตกหรือกรรมพันธุ์ให้มาแบบสุดๆ จริงๆ ครับ เพราะสำหรับคนตะวันตกเองแล้ว นอกจากเหล่าบรรดานายแบบเคราดังๆ แล้วคนทั่วไปก็ยังมักจะไว้กันไม่ค่อยได้เลย ลักษณะของการกันเคราแบบนี้จะเป็นเส้นโค้งขึ้นไปสูงจนอาจจะเกือบถึงบริเวณใต้ตา ผ่านจอนและวกขึ้นไปยังเส้นผมด้านบน เหมาะมากกับการไว้เครายาวมากๆ

แนวที่ 6) สำหรับหนุ่มไทยโชคดีบางคนที่พอมีเส้นขนขึ้นในบริเวณด้านข้างของหนวดต่อกับขนบริเวณแก้ม แต่มีช่องโหว่บริเวณด้านหน้าของจอน ทำให้ไม่สามารถกันแนวเป็นเส้นโค้งขึ้นไปได้ ก็อาจจะใช้วิธีการกันเป็นแนวเส้นตรงจากปลายหนวด ตรงไปยังบริเวณจอน แล้วหักขึ้นเป็นเหลี่ยม (ให้ลากเส้นจากปลายใบหูมาที่ขอบบนของปลายหนวด สร้างเป็นแนวแก้ม) แนวนี้ถือเป็นวิธีการกันแนวแก้มแบบมาตรฐานของชาวตะวันตกโดยทั่วไปครับ (ผมเองช่วงหนึ่งก็เคยไว้เคราแนวนี้ แต่ต่อมาก็ต้องเปลี่ยนมาไว้แนวที่ 4 แทนเพราะขนบริเวณข้างหนวดผมมีน้อยเกินไป ไว้แล้วดูหรอมแหรมมีช่องว่างเกิดขึ้นพอเห็นได้เมื่อมองจากด้านข้าง)

============================================================

เพื่อให้เห็นภาพดูเข้าใจง่ายขึ้น ผมเลยลองทำภาพเป็นแนวทางมาไว้ให้ดูกันครับ



แนวแก้มแบบต่างๆ

จากรูปบนซ้าย นี่เป็นเคราที่ไว้แบบกันใต้แนวกระดูกขากรรไกร หรือบางท่านที่พอมีขนบริเวณด้านข้างกระดูกขากรรไกรก็อาจจะใช้แนวที่สูงขึ้นมา (เป็นไปตามแนวที่ 1 หรือ 2) เมื่อร่วมกับการไว้เคราที่ค่อนข้างสั้น (ประมาณหนึ่งถึงสองเซ็นติเมตร) จะช่วยเน้นแนวกระดูกขากรรไกร สร้างใบหน้าที่ดูเป็นเหลี่ยมสันมากขึ้น ลองเทียบดูรูปบรรดาท่านสมาชิกในกลุ่มสิครับ มีอยู่สองสามคนที่ไว้ทรงนี้กันอยู่

รูปล่างซ้าย นี่เป็นเคราที่คนไทยเราหลายคนสามารถไว้ได้ โดยเฉพาะคนที่มีขนขึ้นมาเชื่อมจนถึงปลายหนวด (อาจจะมีรอยขาดไม่ต่อเนื่องตรงปลายหนวดบ้าง แต่หากไว้หนวดยาวก็จะช่วยปกปิดได้ หรือไม่ก็อาจจะไว้หนวดทรงแฮนเดิลบาร์ เกิดการทำให้แฮนเดิลบาร์นั้นดูเด่นขึ้นมาอีกต่างหาก เมื่อไว้ร่วมกับเคราสั้น ก็จะทำให้ดูหล่อเหลาเอาการเลยครับ มีท่านสมาชิกในกลุ่มอยู่สองสามคนที่ไว้เคราทรงนี้อยู่ครับ ลองค้นดูล่ะกัน

รูปบนขวา สำหรับชายไทยจำนวนน้อยที่โชคดีกรรมพันธุ์ให้มา จะมีขนที่แก้มขึ้นมาหนาพอประมาณ แต่อาจจะขาดบริเวณส่วนหน้าไปบ้าง ก็สามารถไว้ทรงนี้กันได้ ในกลุ่มดูเหมือนจะมีอยู่หลายคนที่ไว้ทรงนี้ได้ครับ

รูปล่างขวา สำหรับคนที่ไว้ทรงตามรูปล่างซ้าย แต่ไม่อยากจะทิ้งเส้นขนที่หรอมแหรมตรงรอยต่อกับหนวด ก็อาจจะกันบริเวณดังกล่าวทิ้งไปเลย เมื่อไว้ร่วมกับหนวดทรงแฮนเดิลบาร์ ก็จะดูสวยงามเรียบร้อยไปอีกแบบครับ




คราวนี้มาดูทรงที่คนตะวันตกหรือตะวันออกกลางชอบไว้กันครับ ทรงเหล่านี้คนไทยเราบางคนที่โชคดีจริงๆ หรือมีบรรพบุรุษมาจากตะวันตกหรือตะวันออกกลาง ก็จะสามารถไว้ทรงเหล่านี้ได้

รูปซ้ายบน นี่เป็นทรงที่คนไทยเราบางคนพอจะไว้กันได้ครับ (นี่เป็นทรงที่ผมไว้อยู่ในปัจจุบัน) จะเห็นรอยหยักเปิดช่องว่างตรงบริเวณด้านข้างของหนวดทั้งสองข้าง เมื่อมองหน้าตรง จะทำให้ดูใบหน้ามีลักษณะเรียวยาวมากขึ้น เคราบริเวณแก้มดูมีความหนามากขึ้น และหากไว้ร่วมกับหนวดที่มีความยาว หรือทำแฮนเดิลบาร์ ก็จะดูเด่นมากขึ้นอีกครับ ลองดูรูปของผมที่ไว้หนวดที่มีความยาวประกอบ


แนวแก้มตามแบบที่ 4) ที่กล่าวไว้ข้างบนครับ

รูปขวาบนและรูปซ้ายล่าง เป็นแนวมาตรฐานที่คนตะวันตกนิยมไว้กันครับ โดยอาจจะไว้แนวเป็นเส้นโค้ง (รูปขวาบน) หรือสร้างแนวเส้นตรงหักเหลี่ยมที่บริเวณหนวด และบริเวณจอน (รูปซ้ายล่าง) การสร้างแนวเส้นตรงจะช่วยทำให้ใบหน้าดูมีเหลี่ยมสันมากขึ้น ในขณะที่การสร้างเส้นโค้งจะช่วยทำให้คนที่มีใบหน้าเรียวดูอ้วนขึ้น (คนที่ใบหน้าใหญ่อยู่แล้วไว้ทรงนี้อาจจะทำให้ดูใบหน้าอูมมากขึ้นครับ)

ส่วนรูปขวาล่าง สำหรับฝรั่งบางคนที่มีขนขึ้นมาจนถึงบริเวณใต้ตา บางคนจะอาศัยการไม่กันแนวแก้มเลย ปล่อยให้ขนบริเวณแก้มที่ขึ้นนั้น ยาวปรกลงมาจนกลายเป็นรูปสามเหลี่ยม อันที่จริงตัวผมเองนั้นมีขนขึ้นบริเวณแก้มในลักษณะแบบนี้อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าจำนวนเส้นขนนั้นมีไม่มากพอที่ผมจะเปลี่ยนมาไว้ทรงนี้ได้ครับ ก็เลยต้องหันไปไว้ดังรูปซ้ายบนแทน (กันขนบริเวณแก้มด้านบนทิ้งไป)

แถมให้ดูใกล้ๆ อีกรูปครับ รูปนี้ใช้แสงไฟหลอดเดียวฉายจากข้างบน เสียดายว่าเคราของผมนั้นความหนาแน่นของเส้นขนต่ำครับ เลยต้องโกงเอาแบบนี้ครับ อิอิ




ใครเคราหรอมแหรม ลองเล่นแสงไฟแบบนี้แล้วลองถ่ายภาพมาดูกันครับ

=======================================================

แนวทางการกันแนวคอ (neck line)

การไว้เคราที่มีความยาวไม่มากนัก เช่นเคราที่ยาวไม่เกินหนึ่งถึงสองนิ้ว หากไม่มีการกันแนวคอ เวลาเราเงยหน้าขึ้น จะทำให้สังเกตเห็นถึงขนบริเวณคอที่ไม่สม่ำเสมอ สำหรับคนตะวันตกบางคนที่มีขนยาวต่อเนื่องไปจนถึงหน้าอก ก็จะทำให้ดูรกรุงรังเหมือนเจ้าวูกกี้ในสตาร์วอร์ การกันบริเวณคอจึงทำให้ดูเรียบร้อยและสร้างภาพว่าเป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่ในการแต่งกายและใบหน้าของตนเองอย่างดีทางหนึ่งครับ

คนฝรั่งหลายคน คนตะวันออก และคนไทยเราโดยทั่วไป แนวคอนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องใส่ใจเลยก็ได้ครับ หากพบว่ามีลักษณะที่เป็นแนวเรียบอยู่แล้ว และโดยส่วนมากก็มักจะมีแนวที่เหมาะสม แต่สำหรับบางคน อย่างตัวผมเองนี่ แนวคอสองข้างไม่เท่ากัน (ในช่วงที่ไว้เคราสั้น) จึงจำเป็นต้องกันให้เสมอกัน

สำหรับคนที่ไว้เครายาว เมื่อเราเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเครายังคงปิดแนวแก้มได้ดีอยู่ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกันแนวคออีกต่อไปครับ การปล่อยให้ขนบริเวณคอส่วนบนยาวไปโดยธรรมชาติ ยังจะช่วยทำให้เคราดูแน่นขึ้นในอีกด้วย (ผมไม่ได้กันแนวคอมาปีกว่าๆ แล้วครับ โดยค้นพบด้วยตนเองเลยครับว่า ขนบริเวณดังกล่าวช่วยทำให้เคราดูแน่นขึ้นจริงๆ ตามคำของผู้สันทันกรณีชาวตะวันตก)

กระนั้น แนวคอนี่กลับเป็นจุดหนึ่งที่หลายๆ คน แม้กระทั่งคนตะวันตกเอง ไม่ได้กันในแนวที่ถูกต้อง ส่งผลทำให้เครานั้นดูบางเกินไป หรือดูเหมือนอย่างกับว่าเอาเคราปลอมมาแปะไว้ที่กระดูกขากรรไกร ดังนั้น ในที่นี้ผมจึงขอหยิบวิธีการกันแนวคอที่เหมาะสม ตามที่ผู้สันทัดกรณีว่าไว้ มากล่าวให้ได้รับรู้กันครับ

แนวคอในรูปแบบต่างๆ




แนวคอที่ถูกต้อง และเป็นแนวมาตรฐานที่คนตะวันตกใช้กับเคราเต็ม หรือเคราประเภทต่างๆ คือแนวคอที่ถูกต้อง และเป็นแนวมาตรฐานที่คนตะวันตกใช้กับเคราเต็ม หรือเคราประเภทต่างๆ คือแนวที่ 1) โดยลากเส้นให้อยู่ตรงบริเวณรอยต่อของคอกับใต้คาง ตรงบริเวณกล่องเสียงหรือเหนือกล่องเสียง ผู้สันทัดกรณีชาวตะวันตกมักชอบใช้คำง่ายๆ ว่า เป็นแนวที่(คนร้าย)ใช้ปาดคอนั่นแหละครับ

สำหรับคนที่ไว้เคราสั้น และต้องการให้เคราปกปิดคางสองชั้น หรือเน้นความคมสันของกระดูกขากรรไกร ก็อาจจะเลือกมากันในแนวที่ 2 ที่จะวกตัดขนในส่วนใต้คางทิ้งไป เป็นแนวที่คนตะวันตกบางคนที่เกลียด "เคราคอ" (neck beard) มักจะกันในแนวนี้กันครับ กระนั้น คนที่ไว้เคราเต็มไม่ควรกันแนวคอตามแนวนี้ เพราะจะส่งผลทำให้เครานั้นบาง และดูน่าเกลียดเหมือนเอาขนไปแปะไว้รอบๆ กระดูกขากรรไกร (ผู้สันทัดกรณีชาวตะวันตกส่วนมากมักจะติติงคนที่ไว้ตามแนวที่ 2 นี้ ในขณะที่คนอีกกลุ่มก็จะติติงคนที่ไว้ตามแนวที่ 1 ว่า เป็นเคราคอที่น่าเกลียดซะยังงั้นครับ)

สำหรับแนวที่ 3) ที่ผมลากมานั้น เป็นแนวตามขอบกระดูกขากรรไกรด้านนอก ซึ่งอาจจะพบได้ในบรรดาคนไว้เคราแฟชั่น ที่มักจะเล็มขนเคราให้สั้นมากๆ แล้วใช้ปัตตาเลี่ยนตัดเป็นแนวต่างๆ ไปมา สำหรับคนที่ไว้เคราโดยทั่วไปแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ยอมรับกันไม่ได้เลยครับ เพราะการกันแนวคอแบบนี้ ยิ่งไว้เครายาวเท่าใด ก็จะทำให้ดูเหมือนว่าเราเอาขนไปแปะไว้ที่ชายคางมากขึ้นเท่านั้น กระนั้น ก็ยังมีคนตะวันตกอยู่หลายคนที่กันแนวนี้กันโดยไม่ได้ทราบว่าทำไมตนถึงไม่สามารถไว้เคราได้สวยสักที จนเมื่อได้ฟังผู้สันทัดกรณีเล่าให้ฟังจึงเข้าใจกันครับ

=============================================

เป็นอันจบซีรีย์ "บันทึกของคนหลังเครา" อย่างสมบูรณ์ครับ

บทความชุดต่อไปจากนี้คือ “คุยกับเฒ่าเคราขาว” ซึ่งเป็นคำถาม-คำตอบสั้นๆ เจาะเป็นประเด็น ตามประเด็นต่างๆ ที่มีถามกันมาหลังไมค์ และในกลุ่มครับ ผมได้เลือกเอาคำถามที่เป็นประเด็นน่าสนใจ มาเปิดเป็นบทความเป็นตอนๆ ไป สำหรับคนที่อยากจะเจาะเข้าเรื่องเป็นประเด็นๆ ไม่อยากอ่านยาวๆ ดังที่ผมลงในบทความชุดนี้ ก็สามารถติดตามอ่าน “คุยกับเฒ่าเคราขาว” ได้ต่อไปครับ