บันทึกของคนหลังเครา (7): วิธีบำรุงหนวดเคราให้ขึ้นงาม
บันทึกของคนหลังเครา (7) : วิธีบำรุงหนวดเคราให้ขึ้นงาม

===============================
สิ่งหนึ่งที่เหล่าบรรดาชายชาตรีอยากได้ก็คือ การที่มีหนวดเคราที่แน่นดกสวยงาม
แต่ทว่า จากที่ผมได้กล่าวมาแล้วในตอนก่อนๆ หน้า จู่ๆ การที่จะให้ใบหน้าอันเกลี้ยงเกลาไม่เคยมีหนวดขึ้น มามีหนวดเคราขึ้นรกครึ้ม มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเว้นแต่จะใช้วิธีการปลูกเส้นขนตามคลินิกความงาม
กระนั้น ในความเป็นจริง นอกจากเรื่องของกรรมพันธุ์แล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างครับที่มีผลทำให้กรรมพันธุ์ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ส่งผลทำให้หนวดเคราของเราไม่งามได้อย่างที่ควร
ดังนั้น วันนี้ เราจะมาดูกันว่า จะมีวิธีใดบ้าง ที่จะช่วยให้หนวดเคราของเรางามขึ้นได้อย่างเต็มที่เท่าที่กรรมพันธุ์เราจะให้ได้
=====================================
1) ระดับฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเทอโรน)
สำหรับผู้ชาย ฮอร์โมนเพศทำหน้าที่หลักในการปรับโครงสร้างร่างกายให้เป็นไปตามที่ผู้ชายควรจะมี การเปลี่ยนแปลงของเสียง การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ การเจริญและการทำงานของอวัยวะเพศ ตลอดจนถึงเรื่องของขนบนร่างกายในส่วนต่างๆ และแน่นอนครับ หนวดเคราของเราด้วย เพราะฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจะถูกเปลี่ยนแปลงเป็น ไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน (DHT) ที่รูขุมขน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเส้นขนขนาดเล็ก ให้กลายมาเป็นเส้นขนขนาดใหญ่ เป็นหนวดเคราในที่สุด
ลักษณะโครงสร้างโมเลกุลของไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน
(ภาพประกอบจากวิกิพีเดีย)
สำหรับผู้ชายปกติทั่วไปแล้ว ในยามวัยรุ่น (ไปจนถึงอายุราวยี่สิบปี) จะมีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงมากที่สุด ทั้งนี้เพื่อปรับโครงสร้างร่างกายให้พร้อมต่อการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ของเพศชาย และจากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคน (เลยสามสิบปี) ระดับฮอร์โมนก็จะเริ่มลดต่ำลงไป
สำหรับผู้ชายบางคนที่อาจมีปัญหาเรื่องการทำงานของอวัยวะที่ผลิตฮอร์โมนเพศ หรือมีสภาวะผิดปกติของร่างกายที่ทำให้ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเพศได้เต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่น้อยหรือไม่มีเลย ขนตามร่างกายอาจจะไม่ขึ้น หรือขึ้นน้อยผิดปกติมาก เสียงไม่เปลี่ยน รูปร่างไม่เปลี่ยนแปลงยังคงมีโครงสร้างคล้ายเด็ก กล้ามเนื้อเจริญไม่เต็มที่ ฯลฯ ในกรณีนี้ การปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวัดระดับฮอร์โมนเพศ และรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ จึงช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงในทางที่ควรจะเป็น และแน่นอนครับว่าในกรณีนี้ ก็จะช่วยเรื่องหนวดเคราไปด้วย
กระนั้น การใช้ฮอร์โมนโดยไม่มีการควบคุมจากทางแพทย์ ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายมากนะครับ เพราะจะส่งผลข้างเคียงต่อต่อมลูกหมาก และอัณฑะ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้นสำหรับคนทั่วๆ ไปแล้ว การฉีดหรือรับฮอร์โมนเพศเข้าไปโดยไม่ได้ดูแลโดยแพทย์ จึงไม่เป็นเรื่องที่แนะนำ และควรหลีกเลี่ยงให้ห่างเลยครับ...
ยังมีกรณีของผู้หญิง ที่มีอาการเป็นซีสต์ในรังไข่ (Polycystic ovary syndrome) ส่งผลให้ความสมดุลในการผลิตฮอร์โมนของรังไข่เสียไป เกิดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย (กลุ่มฮอร์โมนแอนโดรเจน Androgen) ซึ่งรวมไปถึงเทสโทสเทอโรนมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงที่มีอาการดังกล่าวนี้มีขนขึ้นตามลำตัว รวมทั้งมีหนวดเคราเกิดขึ้น เรียกอาการดังกล่าวนี้ว่า Hirsutism ดังที่เห็นในรูปครับ
ลักษณะทางภายนอกของผลกระทบจากฮอร์โมนเพศที่ผิดปกติจากซีสต์ในรังไข่
และในกรณีของผู้ที่แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย ซึ่งก็จะต้องได้รับฮอร์โมนเพศ มีอยู่จำนวนมากทีเดียวครับที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย (เช่นมีกล้ามเนื้อมากขึ้น) และมีหนวดเคราขึ้น ดังรูปตัวอย่าง
คราวนี้ก็คงจะมีคนถามว่า แล้วเราจะเร่งฮอร์โมนเพศชายอย่างไรในทางที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ล่ะ?
หนทางมีครับ นั่นคือทำกิจกรรมใดๆ ที่สนับสนุนต่อการสร้างฮอร์โมนเพศชายของร่างกาย ให้มีระดับที่สูง (ภายใต้ระดับที่ปกติ) อยู่เสมอ ซึ่งมีวิธีอยู่ดังเช่น
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายที่ร่างกายจะใช้แรงมากๆ เช่นการเล่นเวท การทำงานหนัก
- ร่างกายใช้คอร์เลสเตอรอลในการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ดังนั้นต้องรับประทานอาหารที่มีไขมันตามปกตินะครับ อย่างดไขมัน ทั้งนี้ ปกติคนทั่วไปมีระดับคอร์เรสเตอรอสที่ดี หรือมากเกินไปอยู่แล้ว ข้อควรระวังนี้จึงเตือนไปยังคนที่พยายามคุมน้ำหนักด้วยการงดไขมันไปเลยเป็นช่วงเวลานานๆ ซึ่งไม่ควรกระทำครับ อีกอย่างหนึ่ง การรับประทานยาลดความอ้วนที่ยับยั้งไม่ให้ร่างกายดูดซึมไขมันไปใช้ หรือการไม่กินไขมันเลยนั้น ยังทำให้ร่างกายขาดวิตะมินที่ละลายในไขมันหลายตัว ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วยนะครับ
========================================
2) ความสมบูรณ์ของระบบไหลเวียนโลหิต
ผมอยากจะเปรียบหนวดเคราก็เหมือนกับต้นหญ้าที่ขึ้นในสนาม หากไม่มีน้ำที่จะพาแร่ธาตุสารอาหารมาให้หญ้าได้ใช้ หญ้าก็คงแห้งตายไปหมดใช่ไหมครับ
รูขุมขนของเรา จะสร้างเส้นขนขึ้นมาได้ก็ต้องการการหล่อเลี้ยงสารอาหารที่ส่งผ่านมาทางระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกายด้วยนั่นเอง ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่ร่างกายให้มีการไหลเวียนของโลหิตที่ดี ย่อมช่วยส่งเสริมให้หนวดเคราของเราเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่
จะดูแลอย่างไรล่ะครับ
- ออกกำลังกายครับ การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างดี
- ระวังเรื่องระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ที่ส่งผลทำให้การไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ใครที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ มีระดับไขมันเกินขีด มีอาการเบาหวาน ก็ควรดูแลรักษาร่างกายให้กลับมาเป็นปกตินะครับ ซึ่งแน่นอนว่า การออกกำลังกายช่วยได้ในทางหนึ่ง
===========================================
3) ความสมบูรณ์ของผิวหนังในบริเวณที่หนวดเคราขึ้น
ต้นหญ้าในสนามของเรา จะขึ้นงาม ก็ต้องการดินทรายที่มีลักษณะพอเหมาะต่อการเจริญเติบโต หากไม่มีอะไรจะให้ขึ้นได้เลย หญ้าก็ขึ้นลำบาก
รากขนของเราก็ต้องการอยู่ในผิวหนังที่มีความสมบูรณ์เช่นเดียวกันครับ หากเราไม่ดูแลเอาใจใส่ผิวหนังเลย รากขนก็ทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะสารอาหารก็ไม่สามารถลำเลียงมาสู่รากขนได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ บริเวณด้านนอกของผิวหนัง รูขุมขน และรากขน ก็ต้องเป็นบริเวณที่เราต้องเอาใจใส่ด้วยเช่นเดียวกันครับ เพราะหากมีเชื้อรา หรือถูกบาดเป็นแผลเป็น ก็ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นขนด้วย
ดังนั้น เราต้องเอาใจใส่ดังนี้
- รับประทานอาหารให้ได้แร่ธาตุและสารอาหารที่เหมาะสมที่จะช่วยให้ผิวหนังมีสุขภาพดีอยู่เสมอ
- ดูแลระวังอย่าให้เป็นแผลเป็น ระวังการแคะแกะเกาหัวสิวจนเป็นแผลเป็นลึก ที่จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นขนในบริเวณนั้น (ซึ่งอาจทำให้รากขนหายไป กลายเป็นช่องโหว่ตรงจุดที่เป็นแผลเป็นหรือหลุมสิวขนาดใหญ่ได้)
- ทำความสะอาดผิวหนังภายใต้หนวดเคราอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้มีน้ำมันธรรมชาติหรือไขมันอื่นอยู่มากเกินไป และนานเกินไป เพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตันและเกิดเป็นสิวตุ่มแดงขึ้นได้
- ระวังความสะอาดและดูแลอย่าให้เป็นเชื้อรา เพราะจะส่งผลทำให้มีปัญหาต่อการเจริญเติบโตของเส้นขน และที่ร้ายแรงคือทำให้ขนหายเป็นหย่อมได้
(รอยบากที่เห็นสองแนวนั่นเป็นรอยจากการหวีเพื่อให้เห็นรอยจากเชื้อราได้ชัดเจนขึ้น)
==============================================
4) ดูแลเรื่องโภชนาการ
การไม่ดูแลใส่ใจในเรื่องโภชนาการ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกันที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อผิวหนังและเส้นผม และอาจถึงกับมีอาการผมร่วงได้ครับ ดังนั้นเราต้องมาดูกันว่าเราควรดูแลเอาใจใส่ในเรื่องโภชนาการในจุดใดบ้าง
อย่างแรกคือโปรตีน เส้นขนมีองค์ประกอบหลักที่สร้างจากโปรตีน ดังนั้น เราต้องรับประทานโปรตีนให้เพียงพอต่อการสร้างเส้นขน นอกจากนี้ก็ยังต้องการวิตะมินและแร่ธาตุที่จำเป็นอีกจำนวนหนึ่ง มาดูรายละเอียดกันครับ
- โปรตีนที่ร่างกายต้องการเพื่อใช้ซ่อมแซมกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัวไม่รวมไขมัน 1 กิโลกรัม ต่อวัน
ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราหนัก 70 กิโลกรัม มีไขมันนิดหน่อยไม่อ้วน น้ำหนักตัวไม่รวมไขมันอาจอยู่ที่ราวๆ 50-60 กิโลกรัม ดังนั้น ปริมาณโปรตีนที่ต้องการต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 กรัม ทั้งนี้หากเราออกกำลังกาย หรือทำงานใช้แรงงาน ก็จะต้องการปริมาณโปรตีนมากกว่านี้ (เช่นหากเล่นเวทด้วย ก็ควรใช้ปริมาณอย่างน้อยที่สุด 1.2-1.5 กรัมต่อ 1 กิโลกรัม ไปจนถึง 2-3 กรัมต่อ 1 กิโลกรัมสำหรับนักยกน้ำหนัก) ขนาดโปรตีน 60 กรัมคิดเป็นอาหารได้อย่างเช่น
ไก่ 100 กรัมจะมีโปรตีนอยู่ประมาณ 20 กรัม
นม 225 มิลลิลิตร (กล่องเล็กขนาดมาตรฐาน) มีโปรตีนอยู่ที่ประมาณ 6-8 กรัม
ปลา 100 กรัมจะมีโปรตีนอยู่ประมาณ 20 กรัม
ไข่หนึ่งฟอง มีโปรตีนประมาณ 4 กรัม
สารอาหารอื่นเช่น
- กรดไขมันโอเมก้า 3 (จากผลิตภัณฑ์ปลา)
- วิตะมิน A และวิตะมิน C (จากผักใบเขียว)
- วิตะมิน B12 (จากผลิตภัณฑ์ปลา)
- ธาตุเหล็ก (จากผลิตภัณฑ์ปลา)
- ไบโอติน (ได้จากผลิตภัณฑ์ประเภทถั่ว)
- ซิงค์ (ได้จากผลิตภัณฑ์ประเภทถั่ว)
- เซเลเนียม (ได้จากผลิตภัณฑ์ประเภทถั่ว)
- แคลเซียม (ได้จากผลิตภัณฑ์นม)
สำหรับคนทั่วไป การรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ การทานผักและผลไม้อย่างพอเพียง ก็จะได้รับแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างเพียงพอแล้วครับ แต่สำหรับคนยุคใหม่ที่ไม่สามารถควบคุมโภชนาการของอาหารได้ ก็อาจจะใช้วิตะมินรวมเข้ามาช่วย เช่น น้ำมันปลา (กรดไขมันโอเมก้า 3) วิตะมินบีรวม ไบโอติน และ ซิงค์ ซึ่งก็มีอยู่หลายผลิตภัณฑ์ที่ออกมาในรูปของวิตะมินสำหรับหนวดเคราโดยเฉพาะ หรือไม่ก็ออกมาเป็นสูตรผสม (เช่นมี ไบโอติน ซิงค์ เซเลเนียม แม็กนีเซียม รวมกันในเม็ดเดียว เป็นต้น)
=======================================================
5) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และทำจิตใจให้แจ่มใส
ช่วงที่เรานอนหลับ ร่างกายจะทำการฟื้นฟูระบบต่างๆ ทั้งกล้ามเนื้อ และอื่นๆ การที่มีความเครียดมากๆ นานๆ หรืออดอาหารนานๆ (ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นเวลานาน) ร่างกายจะหลังฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งร่างกายใช้เป็นสัญญาณฉุกเฉินบอกให้ลดระบบภูมิคุ้มกัน (เพื่อเอาพลังงานในร่างกายไปใช้ในทางอื่น) เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ลดการสร้างคอลลาเจนของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูเหี่ยว ไม่สดใส (ทำให้ดูโทรมเกินวัย) ลดความหนาแน่นของกระดูก ฯลฯ ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อคุณภาพของเส้นผม ทำให้หลุดร่วงง่าย อาการหัวล้าน และขนร่วงจะมีโอกาสเกิดหรือเป็นหนักกว่าเดิมได้มากขึ้น
ดังนั้น อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง อย่าอดอาหารเป็นเวลานานๆ (หรือไดเอ็ทแบบอดข้าวอดคาร์โบไฮเดรตติดต่อกันทุกมื้อเป็นเวลานานๆ) และอย่าเครียด จะช่วยให้รางกายอยูในสภาพที่ดีและทำให้เส้นผม หนวดเครา งามได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควรจะเป็นครับ
=============================================
กล่าวโดยสรุปครับ สำหรับเราๆ ท่านๆ ที่ต้องการให้กรรมพันธุ์ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของหนวดเคราได้อย่างเต็มที่ เราสามารถช่วยร่างกายของเราให้สามารถสร้างเส้นขนที่แข็งแรง และมีเส้นขนจำนวนมากเท่าที่กรรมพันธุ์จะให้เราได้ โดยการดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก ดังที่ผมจะขอสรุปไว้ดังนี้
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง (มีผลต่อการซ่อมแซมร่างกายในส่วนที่สึกหรอ และสร้างฮอร์โมนต่างๆ ของร่างกาย)
- อย่าเครียด
- งดเหล้า บุหรี่ ซึ่งมีผลต่อสภาพผิวหนังและระบบโลหิต
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี และการออกกำลังกายที่ใช้แรงช่วยในการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย
- ระวังระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป
- ทานอาหารให้ได้ตามหลักโภชนาการ อย่าขาดโปรตีน วิตะมิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวหนังและรูขุมขน
สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองนั้น การดูแลร่างกายในลักษณะนี้ มีผลช่วยให้เส้นขนขึ้นใหม่ในหลายๆ จุดบนร่างกาย และช่วยในเรื่องคุณภาพของหนวดเคราได้อยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียวครับ ทั้งนี้เพราะก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยดูแลรักษาร่างกายตนเองเท่าใดนัก ทั้งเรื่องอาหาร ระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด ขาดการออกกำลังกาย และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ผลที่เกิดขึ้นจากการปรับตัว นอกจากเรื่องของการรู้สึกว่าร่างกายมีพลังงานมากขึ้น กระปรี้กระเปร่า ก็ยังส่งผลต่อหนวดเคราและขนบนร่างกายด้วยเช่นเดียวกัน
===============================================
ในตอนต่อไป ผมจะพูดถึงตัวยาที่มีการนำมาใช้ในการเร่งหนวดเครากันอย่างไม่เป็นทางการ ผมจะไม่ขอเจาะจงผลิตภัณฑ์ใดๆ นะครับ แต่จะพูดถึงหลักการหรือกลไกที่ตัวยาสามารถเข้าไปเพื่อจัดการส่งเสริมกลไกการทำงานของรูขุมขน หรือฟื้นสภาพรูขุมขนได้





