บันทึกของคนหลังเครา (3): องค์ประกอบของ “หนวด-เครา”
- Get link
- X
- Other Apps
บันทึกของคนหลังเครา (3): องค์ประกอบของ “หนวด-เครา”
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับองค์ประกอบต่างๆ ของ "หนวด-เครา" กันครับ
Rutherford B. Hayes ประธานาธิดีคนที่ 19 ของสหรัฐอเมริกา
จากรูปข้างบน เป็นรูปลักษณะการไว้หนวดเคราแบบเต็มรูป หรือที่เรียกกันว่า "เคราเต็ม" Full beard ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้
หนวด (mustache การสะกดแบบอเมริกัน หรือ moustache ตามการสะกดแบบอังกฤษ) เป็นส่วนเส้นขนที่ขึ้นเหนือริมฝีปากบน และปกติก็จะมาบรรจบกับบริเวณส่วนหน้า (front) ที่ตรงมุมด้านข้างของริมฝีปาก แต่ละคนอาจจะมีความหนาของบริเวณที่มาบรรจบนี้บาง หรือหนาแตกต่างกัน และก็มักจะมีความหนาที่ไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
หน้า (front) เป็นส่วนเส้นขนที่ขึ้นใต้บริเวณริมฝีปากด้านหน้า ซึ่งสำหรับฝรั่งแล้วเรามักจะเห็นว่ามักจะมีขนขึ้นเต็มพื้นที่ สำหรับคนละตินอเมริกา คนเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะคนไทยเรา มักจะมีช่องว่างระหว่างขนที่ขึ้นชิดริมฝีปากล่าง ซึ่งมีชื่อเรียกเส้นขนตรงจุดนี้เป็นการเฉพาะว่า "โซล แพ็ทช์" (soul patch) กับขนบริเวณคาง และอาจจะมีแนวเส้นขนเชื่อมต่อกันระหว่างขนสองแห่งที่บริเวณตรงกลาง
ข้าง (side) เป็นส่วนเส้นขนที่ขึ้นบริเวณแก้มทั้งสองข้าง สำหรับคนไทยเราส่วนมากขนในบริเวณนี้มักจะไม่ค่อยมีกัน สำหรับฝรั่งมักจะขึ้นได้สูงไปจนเกือบถึงใต้ตา โดยขนส่วนนี้จะไปเชื่อมกับเส้นขนส่วนหน้า (front) แต่คนเอเชียส่วนมาก ขนส่วนนี้จะไม่ไปเชื่อมกับปลายหนวด สำหรับการพิจารณาการไว้หนวดเคราแบบ "เคราเต็ม" นั้นก็จะดูองค์ประกอบนี้ร่วมด้วยครับ นั่นคือ คนที่มีเคราเต็ม จะต้องมีรอยต่อของเส้นขนทุกส่วนบนใบหน้าถึงกันหมด
จอน หรือ จอนหู (sideburn) เป็นส่วนเส้นขนที่ขึ้นบริเวณหน้าใบหู โดยจะเชื่อมกับเส้นผม และมาบรรจบกับส่วนข้าง (แก้ม) คนเอเชียเราส่วนมากก็ยังพอจะสามารถไว้จอนกันได้ (จึงเห็นว่าเรามีศัพท์เรียกกันเป็นการเฉพาะ) สำหรับบางคนที่ไม่ค่อยมีด้านข้าง ก็จะมีช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างจอนกับส่วนหน้าให้เห็น
คอ (neck) เป็นส่วนเส้นขนที่ขึ้นด้านล่างแนวขากรรไกรไปจนถึงคอและเชื่อมกับจอนหูทั้งสองข้าง สำหรับฝรั่งบางคน ขนที่ขึ้นนี้จะยาวต่อเนื่องไปจนจรดขนบนหน้าอก และบางคนก็จะมีแนวต่อจากด้านข้างผ่านใต้ใบหูไปจรดกับผมที่ท้ายทอยเลยทีเดียวครับ สำหรับผู้ชายไทยเรานั้น นี่เป็นบริเวณที่ผมเห็นว่าจะพบได้บ่อยที่สุด (ลองดูรูปของบรรดาสมาชิกในกลุ่มได้ครับว่าจะมีขนส่วนนี้กันทั้งนั้น) ซึ่งคนที่มีหนวดเคราน้อย ขนส่วนนี้อาจจะขึ้นอยู่ตรงบริเวณคางเท่านั้น โดยไม่มีแนวต่อเนื่องไปบรรจบกับจอน แต่สำหรับหลายๆ คน จะเห็นแนวเส้นขนยาวต่อเนื่องไปจนเกือบบรรจบ หรือบรรจบกับจอนได้เลยทีเดียว
องค์ประกอบของ "หนวด-เครา" (ภาพใบหน้าผมเองสมัยที่เพิ่งไว้หนวดเคราใหม่ๆ ครับ)
ต่อไปนี้เป็นคำศัพท์ที่เรามักจะคุ้นเคยกันในการใช้เรียกลักษณะต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับหนวดเคราครับ
แนวแก้ม (cheek line) เป็นรอยต่อระหว่างบริเวณที่มีขนขึ้นกับบริเวณแก้มที่ไม่มีขนขึ้น (หรือเป็นแนวที่เกิดจากการกันเส้นขนบางส่วนทิ้งไป) ซึ่งลากยาวลงมาตั้งแต่ด้านหน้าของจอน ผ่านลงมาตามแนวข้างและมาบรรจบกับหนวด สำหรับคนไทยเราๆ ท่านๆ มักจะเห็นแนวแก้มนี้อยู่ในลักษณะที่ค่อนข้างต่ำ กล่าวคือ หลายคนที่ไม่มีเส้นขนเคราขึ้นที่แก้ม เส้นนี้ก็จะลากลึกลงไปจนเกือบถึงแนวกระดูกขากรรไกรที่คาง และลากข้ามด้านหน้าไม่บรรจบกับหนวดเครา ไปยังอีกฝั่งตรงข้าม ส่วนบางคนนั้น เส้นนี้จะลากวกขึ้นมาบรรจบกับหนวดได้ โดยอาจจะมีเส้นหนวดเคราบางๆ เชื่อมระหว่างปลายหนวดกับแนวด้านหน้าที่อยู่ต่ำ ยกเว้นบางท่าน โดยเฉพาะชาวตะวันตก ที่แนวนี้จะสามารถลากตรงมาเชื่อมถึงหนวดได้ ส่วนฝรั่งบางคน (และคนไทยน้อยคนมาก)ที่โชคดีจริงๆ จะเห็นแนวนี้วกขึ้นมาที่ใต้ตาแล้วจึงค่อยกดลงไปเชื่อมกับหนวดเครา
ตามปกติแล้ว แนวแก้มนี้เรามักจะมีการกันขอบตรงขนที่ขึ้นไม่เสมอกัน ให้ออกมาเป็นแนวเส้นโค้ง หรือบางคนจะใช้วิธีหักตรง เพื่อทำให้หน้าดูมีเหลี่ยมสันมากขึ้น (เอาไว้ในบทหลังๆ ที่ผมจะเขียนวิธีการกันเครา ก็จะมาเล่าให้ฟังกันอย่างละเอียดครับ)
แนวคอ (neck line) เป็นรอยต่อบริเวณที่มีขนขึ้นตรงคางใต้ขากรรไกร กับบริเวณที่ไม่มีขนขึ้นที่คอ เป็นอีกแนวที่มักจะมีการกันให้เป็นแนวเส้นตรง ทั้งนี้เพราะหลายคนที่มีเส้นขนขึ้นไม่เสมอกันทั้งสองข้าง หรือบางคนที่มีขนขึ้นเต็มไปจนถึงหน้าอก ก็มักจะกันขนส่วนนี้ออกให้เป็นแนวสวยงาม เพื่อให้ดูไม่รกรุงรังจนเกินไป สำหรับคนที่ไว้เคราเต็มและไม่มีขนขึ้นลากยาวไปถึงหน้าอก ก็อาจจะทิ้งแนวคอนี้แบบไม่เสมอกันได้ (ดูรูปตัวอย่างที่ผมใส่ประกอบให้ไว้ด้านบนครับ จะเห็นว่าแนวคอของผมเองนั้นไม่เสมอกันทั้งสองด้าน) วิธีการกันแนวคอนี้มีหลายสไตล์ ทั้งแบบวัยรุ่นสมัยใหม่ หรือแบบดั้งเดิม ซึ่งจะมีจุดมุ่งหมายแตกต่างกันไป ทั้งการรักษาไว้โดยไม่มีการกันเลย ก็จะช่วยสร้างความหนาของเคราได้ หรือการกันชิดใต้คาง (ซึ่งหลายคนที่เป็นคนไว้หนวดเคราแบบจริงๆ จังๆ เกลียดนักเกลียดหนา เพราะดูเป็นฮิปสเตอร์ hipster มากไปหน่อย) เพื่อสร้างเส้นหลอกตาให้ดูว่าคางมีเหลี่ยมสัน ทำให้ใบหน้าดูคมสันสวยงามสมเป็นชายมากขึ้น เป็นวิธีมาตรฐานในการปิดบังคางสองชั้นที่นิยมใช้กันมากที่สุดครับ (เช่นเดียวกันครับ เอาไว้ผมจะกลับมาเล่ากันในเรื่องการกันเคราตรงนี้ในภายหลัง)
ลักษณะของการไว้เคราแบบปล่อยให้มีตอเครา (stubble)
ตอ ตอเครา (stubble) เป็นลักษณะของการปล่อยให้หนวดเคราขึ้นตามธรรมชาติสักประมาณวันสองวัน หรืออาจจะไปถึงสักหนึ่งสัปดาห์ หรืออาจใช้ปัตตาเลียนรองหวีแต่งเครา หรือเครื่องกันเครา (beard trimmer) ตัดให้ได้ตอสั้นๆ สร้างความรู้สึกรกๆ ดิบๆ เถื่อนๆ ดุๆ อย่างดาราที่นิยมไว้ก็อย่างเช่นเจสัน สแตแท็ม เป็นต้น
เจสัน สเตแท็ม (Jason Statham) ดาราชื่อดังที่ชอบไว้ตอเครา
================================================
ความหนาแน่นของหนวดเครา (density) สีของหนวดเครา การหยักศก ขวัญ(hair-whorls) และขนาดของเส้นขนของหนวดเครา
ขนาดเส้นขนของหนวดเครานั้น เป็นลักษณะเฉพาะทางกรรมพันธุ์ของแต่ละบุคคล โดยแต่ละคนจะมีขนาดของเส้นขนหนวดเคราที่ใหญ่เล็กแตกต่างกันไปได้ และอาจจะมีขนาดที่แตกต่างจากเส้นผมได้เหมือนกันครับ
ส่วนความหนาแน่นของหนวดเครานั้นก็เป็นอีกองค์ประกอบเช่นกันที่มีแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สำหรับคนที่รูขุมขนอยู่กระจายไม่หนาแน่น หนวดเคราก็มักจะมีลักษณะกระจาย ขึ้นไม่หนาแน่น ซึ่งคนที่มีความหนาแน่นของหนวดเคราดี ก็จะสามารถไว้หนวดเคราแบบตัดสั้นทำทรงได้อย่างสวยงามเลยทีเดียว
การหยักศกของหนวดเครา ก็เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับการหยักศกของเส้นผม และที่น่าสนใจก็คือ หลายๆ คนอาจจะมีเส้นผมที่หยักศกน้อย แต่หนวดเครามีการหยักศกมาก หรือในทางกลับกันก็ได้ แต่โดยส่วนมากเราก็มักจะเห็นการหยักศกที่มีลักษณะใกล้เคียงกันทั้งเส้นผมและหนวดเครา
ขวัญของเครา เช่นเดียวกับผมที่เราจะมีขวันวนซ้ายหรือวนขวาที่กลางกระหม่อม เมื่อเราไว้เครา เราจะเริ่มเห็นแนวเส้นขนที่ขึ้นเป็นแนววงก้นหอยเกิดเป็นขวัญได้ บางคนอาจจะพบได้หนึ่งถึงสองขวัญในบริเวณใต้คาง และขวัญอาจจะไม่อยู่ในตำแหน่งตรงกลาง หรือไม่สมดุล ทำให้การเล็มเคราให้ดูสวยทำได้ยากมากขึ้นครับ ต้องใช้การทดลองแก้ไขกันไปเรื่อยจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
สีของหนวดเคราก็เป็นอีกองค์ประกอบที่อาจสร้างความประหลาดใจให้กับคนที่เพิ่งไว้หนวดเครายาวเป็นครั้งแรกในชีวิตได้ครับ ทั้งนี้เพราะสีของหนวดเคราอาจมีความแตกต่างไปจากสีบนเส้นผมได้ อย่างคนตะวันตกหลายคนที่มีผมสีน้ำตาลอ่อน อาจจะมีเคราสีแดงเข้มจนดูไม่เหมือนธรรมชาติ ได้ และสำหรับคนที่มีผมหงอก ก็อาจจะพบว่าเคราก็สามารถหงอกได้เหมือนกัน และความเร็วในการหงอกของเคราก็แตกต่างไปจากเส้นผม และอาจพบการหงอกเกิดขึ้นเป็นกลุ่ม อย่างตัวผมเองนี่เป็นต้นครับ มีการหงอกของเคราไล่ยาวมาจากตำแหน่งขวัญที่อยู่ใต้คางด้านขวามาจนถึงบริเวณหน้า ทำให้เกิดเป็นเคราสองสี ดูแปลกเป็นเอกลักษณ์ไปได้เช่นกัน
=======================================================
สำหรับครั้งต่อๆไป เราจะมาดูการเรียกชื่อหนวดเคราแบบต่างๆ ที่นิยมใช้เรียกกันครับ เพื่อจะได้รู้จักและเรียกกันได้ถูก
- Get link
- X
- Other Apps




